บทความ

เรื่องผีที่เชียงราย

1. เรื่อง เส้นทางสายเปลี่ยว ผมเป็นคนเชียงราย พ่อกับแม่ทำงานที่เชียงใหม่ ด้วยหน้าที่การงาน ทำให้ผมกับน้องชาย ต้องอยู่บ้านตากับยายที่เชียงราย เดือนนึงพ่อกับแม่จะมาหาสักครั้ง หรือไม่ท่านก็จะมารับวันศุกร์เย็นๆ หลังเลิกเรียน เพื่อไปบ้านที่เชียงใหม่ สมัยนั้นบ้านผมจะมีรถมาสด้ารุ่นเก่าคันเล็กๆ แล้วมีแคปเป็นหลังคาอยู่ด้านหลังครับ วันนั้นจำได้แม่น เป็นคืนวันศุกร์นี่ล่ะ ทุกครั้งที่พ่อแม่มารับผมกับน้อง เราจะออกจากเชียงรายราวๆ 4 โมง เพื่อจะได้ไปถึงเชียงใหม่ไม่ดึก และปลอดภัย ถ้าใครเคยขับรถเส้น เชียงราย-เชียงใหม่ จะรู้ว่าถนนเปลี่ยวมาก ทางโค้งคดเคี้ยว ขึ้นเนินลงเนินเยอะมาก เรียกว่าเป็นการขับรถข้ามภูเขา เข้าป่าก็ว่าได้.. วันนั้นเป็นวันที่พ่อผมดันมีธุระ กว่าเราจะออกจากเชียงรายได้ก็ 6 โมงเย็นแล้วครับ.. ขับมาเรื่อย ออกมาได้ไม่นานก็มืดละ และเป็นช่วงหน้าหนาว มีหมอกบางๆ ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง พ่อเลยขับช้า   ขับมาสักพัก เข้าเขตป่าทึบที่สองข้างทางไม่มีหมู่บ้าน ไม่มีไฟข้างทางเลย รถก็เกิดอาการกระตุกๆ ผมกับแม่มองหน้ากันเลิ่กๆ ลั่กๆ พ่อเริ่มลดความเร็วลงอีก จนสักพักจากกระตุก รถม...

เรื่องผีที่ประจวบคีรีขันธ์

1. เรื่อง ข้างนอกหน้าต่าง เราไปเข้าค่ายที่หัวหินค่ะ ที่พักเป็นอาคาร 3 ชั้น มีดาดฟ้าข้างบน อยู่ติดชายหาดเลย พวกเราได้อยู่ชั้น 3 ค่ะ มีกิจกรรมมากมายที่ทางโรงเรียนจัดให้ และได้เล่นน้ำด้วย วันแรกผ่านไป ก็ปกติดีไม่มีอะไร แต่พอคืนที่ 2 กลุ่มของเรา 4 คนนอนไม่หลับกัน ยังนั่งจับกลุ่มคุยกันจนดึก ดูนาฬิกาก็ 5 ทุ่มกว่าแล้ว อยู่ๆ เพื่อนเราคนนึงก็เสนอความคิดว่า ‘ ขึ้นไปเล่นบนดาดฟ้ากันดีกว่า คืนเดือนหงายด้วย สว่างดี ’ พวกเราก็ไม่รู้ยังไง เห็นดีเห็นงามกันหมด พอขึ้นมาถึงดาดฟ้าแล้ว ไม่ผิดหวังค่ะ เห็นทะเลชัดมาก ลมเย็นสบาย พวกเราเกาะรั้วระเบียง เรียงแถวหน้ากระดานดูชายหาดกัน สักพักก็ได้ยินเสียง ‘ ครืดดๆๆ ’ เป็นเสียงโซ่ลากกับพื้นค่ะ.. สายตาทุกคน มองหน้ากัน แต่เราก็สังเกตุเห็นว่ามีอะไรๆ ตะคุ่มๆ อยู่ตรงหน้าอาคารด้านล่าง เลยสะกิดเพื่อนดู ปรากฏว่าเป็นคนผมเผ้ายาวรุงรัง ที่เท้ามีโซ่ตรวนลากติดอยู่! ‘ เหี้ย! ’ เพื่อนคนนึงในกลุ่มตกใจตะโกนออกมา แล้วคนๆ นั้น ก็เงยหน้าขึ้นมามองพวกเรา สบตาเราเลยค่ะ หน้าตาน่ากลัวมาก ตอนนั้นรู้เลยว่าสิ่งที่เห็นนั้นไม่ใช่คนแน่ๆ เท่านั้นล่ะ ใส่เกียร์หมาหนีลงมาห้องนอนกัน...

เรื่องผีที่ลพบุรี

1. เรื่อง โรงแรมนี้มีผี   เราเป็นคนที่ต้องทำงานออกต่างจังหวัดอยู่เป็นประจำ จนมีครั้งหนึ่ง ได้ไปทำงานที่ลพบุรี ช่วงนั้นเป็นช่วงเคอร์ฟิวเมื่อปีที่แล้วค่ะ และครั้งนี้เราก็จะไปพักที่โรงแรมที่เคยพักประจำ แต่มันเต็ม เลยต้องหาที่อื่น ก็ไปได้โรงแรมเล็กๆ แถวป่าหวายของลพบุรี ได้พักอยู่ชั้น 3 ซึ่งคืนแรกที่นอน เรานอนกับแฟนค่ะ แต่ก็ไม่มีอะไร ทุกอย่างปกติดี.. คืนต่อมา แฟนเราต้องเตรียมตัว เพื่อไปประจำการชั่วคราวที่จังหวัดชัยนาท (แฟนเราเป็นทหารค่ะ) ก่อนไป แฟนก็มาส่งที่ห้อง แล้วถามเราว่า ‘ อยู่คนเดียวได้นะ ?’ เราก็บอกว่า ‘ ได้ ไม่ต้องห่วง.. ’ จนแฟนไปแล้ว ก็ยังโทรมาถามอีกเหมือนเดิม แต่ด้วยความที่เราไม่ได้เจออะไร บวกกับนอนโรงแรมคนเดียวบ่อยๆ จนชินแล้ว.. แต่ในขณะที่คุยโทรศัพท์กับแฟนไปได้สักพัก ตอนนั้นเวลาประมาณตี 3 ได้แล้ว เราก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอกห้องค่ะ คือเป็นเสียงคนเปิด-ปิดประตู ปังๆๆ ตลอดเวลา เราก็รำคาญ เลยเปิดประตูไปดูว่าใครทำอะไร แต่พอเปิดไปก็ไม่เจออะไร เงียบกริบเลย ก็เลยปิดประตู กลับเข้าห้องนั่งคุยโทรศัพท์กับแฟนต่อ เราก็ดึงผ้าห่มที่คลุมเตียง ให้มันหลุดออกจากที่คลุม ...

เรื่องผีที่อุทัยธานี

1. เรื่อง มอเ ตอร์ไซค์ทางเปลี่ยว ย้อนกลับไปเมื่อ 5-6 ปีก่อน เหตุเกิดที่จังหวัดอุทัยธานี วันนั้นเป็นงานเลี้ยงรุ่นเพื่อน ม.3 ที่จัดกันเองครับ ใช้บ้านเพื่อนผมคนหนึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง บ้านมันจะอยู่ในอำเภอๆ หนึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้เจริญมากนัก.. พอถึงเวลานัด พวกผมมี 8 คน ขี่รถไปกัน 3 คัน 2 คันแรกจะซ้อน 3 ส่วนอีกคันจะซ้อนแค่ 2 ทางไปจะเป็นถนนเปลี่ยว 2 ข้างทางเป็นไร่มันตลอด นานๆ ถึงจะมีบ้านคนสักหลัง.. คืนนั้น ก็สังสรรค์กันตามปกติ มีร้องเพลง ดื่มแอลกอฮอล์บ้าง จนกระทั่งงานจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เวลาตอนนั้นประมาณตี 2 ได้ ตัวผมเองก็เมานะครับ แต่เมาของผม คือสามารถขี่รถกลับบ้านได้อยู่ ขากลับ พวกผมก็กลับทางเดิม นั่งเหมือนเดิมเลย คือ 2 คันแรกซ้อน 3 ส่วนอีกคันจะซ้อนแค่ 2 ตัวผมเองจะอยู่คันแรก ผมขี่กลับกันสักพัก ระหว่างทางก็เห็นศาลไม้เก่าๆ ที่ถูกนำมาทิ้งไว้ข้างทาง มีพวกตุ๊กตานางรำพังๆ และหุ่นตายายเต็มไปหมด ด้วยความเมา ผมก็ปากไว ปากพล่อยครับ ผมชี้ไปที่ศาลไม้ แล้วบอกเพื่อนว่า ‘ จอดๆ กูจะแวะเซเว่น.. ’ แล้วเพื่อนผมก็หยอกผมกลับอีกว่า ‘ มึงเมาแล้ว นั่นน่ะบ้านมึง ไม่ใช่เซเว่น ’ อะไรป...

เรื่องผีที่พะเยา

1. เรื่อง เสื้อหนังมือสอง         สมัยผมเรียน ม.3 กำลังวัยรุ่น ออกจะเกเรนิดๆ ในกลุ่มผมจะมีกันอยู่ 4 คน   ครับ คือ อ๋อย เบน แป้ง และผม พวกผมจะชอบขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวต่างอำเภอกัน เที่ยวงานวัดงานรื่นเริงอะไรพวกนั้น.. มีครั้งหนึ่ง เป็นงานประจำอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยา ซึ่งจัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พวกผม 4 คน ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวกัน กินเหล้า กินเบียร์ เล่นรถบั้มพ์ ปาโป่ง สนุกกันเต็มที่ครับ พอดึกได้ที่ ผมก็ชวนทั้ง 3 คนกลับบ้านกัน ซึ่งวันนั้นนัดกันจะนอนบ้านผม เพราะอยู่ใกล้สุด พอกำลังจะเดินออกจากงาน พวกผมก็ดันไปเจอร้านเสื้อผ้ามือ 2 หน้างานร้านหนึ่ง เลยชวนกันแวะดู ผมเหลือบไปเห็นเสื้อหนังสีน้ำตาลเงาวับแขวนอยู่หลังร้าน ก็รีบปรี่เข้าไปหยิบดู และถามราคาคนขายทันที คนขายก็อ้ำๆ อึ้งๆ บอกว่าตัวนี้ไม่อยากขาย จะเอาไว้โชว์ ไอ้ผมมันก็อยากได้ เลยอ้อนวอนคะยั้นคะยอให้ขาย จนสุดท้ายเจ้าของร้านก็ยอม โดยให้ราคา 300 บาท พวกผมนี่แบบ เฮ้ย!! เสื้อหนังแท้ขายแค่ 300 บ้าไปแล้ว ไม่ต้องถามเหตุผลครับ ผมซื้อเลยทันที จ่ายเงินเสร็จก็เดินออกมา ...

เรื่องผีที่ลำปาง

1. เรื่อง วงเหล้าที่ปากซอย ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ที่จังหวัดลำปาง ช่วงนั้นเราเพิ่งเรียนจบ เริ่มทำงานใหม่ๆ บ้านเราอยู่ไกลที่ทำงาน ก็เลยไปอยู่บ้านแฟนค่ะ คือชีวิตช่วงนั้นเหมือนแค่อาศัยนอนตอนกลางคืน กลางวันไปทำงาน กว่าจะกลับบ้านก็เย็นๆ ค่ำๆ เป็นแบบนี้ทุกวันค่ะ ส่วนแฟนเราทำงานเลิกไวกว่า เค้าก็จะกลับก่อน บ้านแฟนเราจะอยู่ในซอยตันนะคะ ทุกเย็นเรากลับมาก็จะเห็นแฟนเรานั่งสังสรรค์ กินเหล้ากับเพื่อนๆ หน้าปากซอยทุกวัน เราก็แวะบ้างไม่แวะบ้าง รู้จักกับเพื่อนแฟนทั้งกลุ่ม แต่ก็ไม่ถึงกับสนิทมาก ในกลุ่มแฟนจะมีพี่คนหนึ่งชื่อพี่เอฟ เค้าเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก บ้านพี่เค้าอยู่ต่างตำบล แต่ก็ขี่รถมานั่งกินที่นี่ทุกวัน.. หลังจากนั้นเราก็ใช้ชีวิตเดิมๆ ตามปกติ มีอยู่วันหนึ่ง เราทะเลาะกับแฟน คืนนั้นเรากลับจากทำงานประมาณ 3 ทุ่ม เข้าซอยมา เราเจอพี่เอฟนั่งอยู่ปากซอยคนเดียว ก็เลยทักไปว่า ‘ ทำไมมานั่งคนเดียว เพื่อนๆ ไปไหน ?’ พี่เค้าก็แค่ยิ้มให้ ไม่ได้ตอบอะไร เราก็โอเคเข้าบ้านก่อนนะ.. หลังจากที่เราทะเลาะกับแฟน เราก็ไม่ได้คุยกับแฟนเลย แยกกันนอนคนละห้อง และวันต่อๆ มา เวลาเรากลับเข้าซอยบ้าน เรา...

เรื่องผีที่นราธิวาส

1. เรื่อง ไม่ได้ตั้งใจลบหลู่ ตอนนั้นเรายังเด็กค่ะ เรียนอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส น่าจะประมาณ ป.3 – ป.4 เองมั้งคะ จำได้ว่าไปเล่นกับเพื่อนแถวบ้าน ซึ่งบ้านเพื่อนเราอยู่ตรงข้ามกับบ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง หน้าบ้านนั้นจะมีต้นชมพู่อยู่ และใกล้ๆ กันจะเป็นสระน้ำค่ะ สระน้ำที่ว่าจะมีศาลพระภูมิอยู่ข้างหน้าเลย เรากับเพื่อนต้องเดินผ่านทุกวันก็ไม่เคยมีอะไร มีอยู่วันหนึ่งเป็นช่วงปิดเทอม เพื่อนเราได้เปลมาใหม่ เรากับเพื่อนอยากเล่นกันมากตามประสาเด็กๆ แต่ไม่มีที่ผูกเปล ไม่รู้จะผูกที่ไหน เพื่อนเราเลยเอาปลายเปลด้านหนึ่งไปผูกกับต้นชมพู่ของบ้านตรงข้าม แต่ก็หาที่ผูกอีกด้านไม่ได้ เลยเลือกที่จะผูกไว้กับเสาของศาลพระภูมิ แล้วก็นอนเล่นกัน ไกวไปเรื่อยจนเย็น เรากับเพื่อนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน คืนนั้นเราเข้านอนตามปกติ แต่มารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตอนตี 2 กว่าๆ เพราะได้ยินเสียงผู้หญิงมาเรียกชื่อเรา ทีแรกเราเข้าใจว่าเป็นแม่เรียก เลยเปิดประตูห้องออกมาแต่กลับไม่เจอใคร แต่เราก็ยังได้ยินเสียงเรียกอยู่อย่างนั้น เสียงเหมือนมาจากนอกบ้าน เราเลยเดินตามเสียงไปดู พอมองผ่านหน้าต่างออกไปที่หน้าบ้าน เราเห็นผู้หญิงผมยาวดำผิ...